เน็ตไอดอลนมคุณธรรม กับคุณธรรมต่อสังคมไทย

เน็ตไอดอลนมคุณธรรม กับคุณธรรมต่อสังคมไทย

ในยุคสมัยนี้ใครๆ ก็เป็นเน็ตไอดอลกันทั้งนั้น ซึ่งเน็ตไอดอลนั้นก็หมายถึงบุคคลที่มีจำนวนผู้รู้จักและติดตามบนเครือข่ายออนไลน์อยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง และถึงแม้จะมีเน็ตไอดอลชาวไทยอยู่เยอะแยะมากมายก็ตาม แต่ในนาทีนี้ก็คงไม่มีใครไม่รูจักเน็ตไอดอลที่มาพร้อมสโลแกน ‘นมคุณธรรม’ อย่างแน่นอน

เน็ตไอดอลนมคุณธรรม เป็นสาวน่ารักวัยทำงาน ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสและหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ตู้ม เธอมีบัญชีเฟสบุ๊คที่มียอดผู้ติดตามกว่า 800,000คน เลยทีเดียว นับว่าฮอตไม่เบาเลยสำหรับเน็ตไอดอลท่านนี้ โดยเอกลักษณ์ของเธอก็คงหนีไม่พ้นการเน้นโชว์สัดส่วนหน้าอกที่เธอมีอยู่มากโข ซึ่งสำหรับสาวๆ หลายท่านที่ได้เห็นก็คงมีแอบอิจฉากันบ้าง ส่วนสำหรับหนุ่มๆ นั้นก็คงตาลุกวาวกันเป็นแถว

สำหรับสโลแกน “นมคุณธรรม” นั้น อาจตีความได้ว่า เป็นการแบ่งปันสัดส่วนหน้าอกหน้าใจให้ได้ชมกันฟรี โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายสิ่งใดๆ เพื่อเป็นการตอบแทน

อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ของคุณธรรมต่อสังคมไทยแล้วนั้น รูปแบบความคิดนี้อาจไม่ถูกไม่ควรสักเท่าไหร่ เพราะด้วยสังคมไทยปลูกฝังให้หญิงสาวต้องรักนวลสงวนตัว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเน็ตไอดอลนมคุณธรรมนั้นกระทำการผิด เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีการรับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมและแนวความคิดจากทางตะวันตกและจากที่อื่นๆ เข้ามาอย่างมากมาย ทำให้แนวคิดของสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ทั้งนี้ นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องสมควรแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เน็ตไอดอลนมคุณธรรม ถือเป็นบุคคลที่มีผู้คนสนใจและติดตามการใช้ชีวิตและผลงานของเธออยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น พฤติกรรมหรือการประพฤติตนด้านใดๆ ก็ตามของเธออาจส่งผลกระทบบุคคลเหล่าผู้ติดตามเธอนั้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อาจขาดซึ่งการวิเคราะห์และแยกแยะ โดยยกตัวอย่างเช่นว่า เด็กผู้หญิงผู้ซึ่งติดตามและชื่นชอบในผลงานของเธออาจมีเธอเป็นต้นแบบ ได้เห็นเน็ตไอดอลในดวงใจถ่ายรูปโชว์เนินหน้าอกโพสต์ลงเฟสบุ๊ค เธอเองก็อยากทำตามบ้าง เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นว่าใครก็ทำกันเช่นนี้ และเมื่อถึงครานั้นเอง สังคมไทยคงวุ่นวายกันน่าดู ความคิด ความเชื่อ และคำสอนที่สอนกันมาแต่โบร่ำโบราณได้เปลี่ยนแปลงกลับตาลปัตรกันไปหมด เหตุการณ์อาจเลยเถิดไปจนถึงปัญหาสังคมอื่นๆ เช่น การแต่งกายที่ยั่วยวนและเปิดเผยเรือนร่างนั้นอาจล่อใจชายจนนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อาชญากรรมทางเพศมากขึ้น เช่นนี้เป็นต้น

ดังนี้เอง เมื่อท่านใดได้ก้าวเข้าไปสู่จุดที่เป็นพื้นที่สาธารณะเมื่อใดก็ตาม จงอย่าลืมที่จะนึกถึงบุคคล เช่นเด็กและเยาวชนที่จ้องมองท่านอยู่ ซึ่งท่านเองอาจกำลังเป็นต้นแบบพฤติกรรมของเขาอยู่ก็เป็นได้ หากท่านทำดี ก็ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมดีๆ ต่อพวกเขา แต่หากเมื่อใดท่านทำตรงกันข้าม พวกเขาก็จะเลียนแบบพฤติกรรมเช่นนั้นเช่นกัน

 

ต้องแชร์ 5 อาหาร เสริมความจำสำหรับวัยทำงาน

3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a1

วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องยอมรับว่าใช้เวลาไปกับการทำงานในแต่ละวันอย่างน้อยมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมงซึ่งต้องใช้การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา รวมถึงต้องจดจำสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งหลายคนเลือกที่จะใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตในการช่วยเตือนความจำ สำหรับ อาหาร ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในเรื่องความจำที่ดีได้เช่นกัน คนวัยทำงานอาจจะกินไม่ค่อยตรงเวลา ดังนั้นจึงควรจัดตารางเวลาในการกิน อาหาร ให้ตรงเวลามากขึ้น สำหรับ 5 อาหาร ที่ช่วยเสริมความจำมีดังนี้

ปลา

ปลาเป็นสุดยอด อาหาร ที่ช่วยในเรื่องความจำก็ว่าได้ เพราะปลามีสาร อาหาร สำคัญทั้งโปรตีน โอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นความจำทำให้คนในวัยทำงานมีความจำที่ดีขึ้น โดยเลือกรับประทานได้ทั้งปลาน้ำจืดหรือปลาทะเล โดยเฉพาะปลาทูน่า ซึ่งสามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู

ซุปไก่สกัด

ซุปไก่สกัดเป็น อาหาร ที่ช่วยในเรื่องของความจำ เพราะมีสาร อาหาร ที่ส่งผลต่อสมองหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นโปรตีน โอเมก้า 3 โดยสาร อาหาร จำเป็นนั้นจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองทำให้เกิดการจดจำที่ดีขึ้น และเมื่อรับประทานซุปไก่สกัดเป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย

นมสด

นมสดเป็น อาหาร ที่แนะนำให้รับประทานเพื่อช่วยในเรื่องของความจำโดยเฉพาะ เพราะมีส่วนช่วยในการทำให้หลับง่าย โดยการนอนหลับพักผ่อนนั้นก็ถือเป็นการพักสมอง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

มะเขือเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินว่ารับประทานมะเขือเทศแล้วจะช่วยในเรื่องการบำรุงผิว แต่มะเขือนั้นมีสาร อาหาร สำคัญอย่างไลโคปีนที่เข้าไปช่วยกระตุ้นการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังเข้าไปช่วยป้องกันการถูกทำลายเซลล์ประสาทและสมองเสื่อมได้

ช็อคโกแลต

ช็อคโกแลตเป็น อาหาร หวานที่มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสารความสุขให้กับผู้ที่รับประทานได้อีกด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทาน อาหาร หวานที่มีช็อคโกแลตเป็นส่วนประกอบเพื่อช่วยเพิ่มอารมณ์ดี รวมถึงยังช่วยส่งเสริมในเรื่องความจำให้มีการจดจำที่ดีด้วย แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องใช้ความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน การจดจำสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับงานอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทาน อาหาร ที่ช่วยเสริมในเรื่องความจำให้ดีขึ้น โดยเลือกรับประทานปลา ซุปไก่สกัด นมสด มะเขือเทศ ช็อคโกแลต เป็นประจำเพื่อส่งเสริมในเรื่องความจำให้ดีขึ้น

5 เทคนิคการ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพ

5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7

อาหารเจเป็นอาหารที่เสมือนการทำบุญประเภทหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้คนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้กระแสการกินอาหารเจคึกคัก การ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพนั้นสามารถเลือกได้ทั้งแบบการทำเพื่อรับประทานเอง หรือการซื้อรับประทานจากแม่ค้าพ่อค้าที่มีฝีมือในการ ทำอาหาร เจ ซึ่งความหมายของอาหารเจก็คือการรับประทานอาหารประเภทผัก ไม่กินเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการงดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต โดยขอแนะนำเทคนิคการ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพให้ได้ทราบดังนี้

เน้นผัก

การ ทำอาหาร เจนั้นควรเน้นให้มีผักในทุกมื้อ เพราะผักมีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นวิตามิน ไฟเบอร์ กากใยสูง ซึ่งช่วยในเรื่องการช่วยย่อยที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นช่วยกระตุ้นการขับถ่ายทำให้ลำไส้ไม่เกิดการอุดตันอีกด้วย

ไม่ใช้น้ำมัน

การ ทำอาหาร เจควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเพราะน้ำมันมีส่วนทำให้เกิดผสเสีย และไขมันสะสมต่อร่างกายได้ ดังนั้นคนที่ต้องการ ทำอาหาร เจควรจะเลือกหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันในการปรุงหรือประกอบอาหาร โดยเลือกที่จะทำเมนูอาหารประเภทอื่นๆ แทนไม่ว่าจะเป็นการยำ ต้มซุป สลัดผักต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับประทานอาหารที่มีน้ำมันสะสมอยู่

ปริมาณพอดี

ควรจะ ทำอาหาร เจในปริมาณที่พอเหมาะพอดี และสำหรับคนที่รับประทานอาหารเจจึงควรรับประทานในปริมาณที่พอดีด้วย โดยแบ่งการรับประทานอาหารเจในแต่ละมื้อให้เหมาะสม โดยแนะนำให้รับประทานมื้อเช้า มื้อกลางวัน ส่วนในมื้อเย็นนั้นอาจรับประทานเป็นเมนูเบาๆอย่างน้ำผัก น้ำผลไม้หรือสลัดผัก

ใช้ข้าวกล้อง

การ ทำอาหาร เจควรจะต้องใช้ข้าวกล้องซึ่งเป็นข้าวไม่ขัดสี โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเจกับข้าวขาวขัดสี ซึ่งข้าวกล้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเหน็บชาได้

เลี่ยงรสจัด

การ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพที่ดีและได้บุญด้วยนั้นควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหารที่มีรสจัด เพราะการรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารเจในรสชาติปกติ ไม่ควร

รับประทานอาหารที่มีรสจัด หรือการปรุงรสที่มากเกินไป

การ ทำอาหาร เจเพื่อปรับประทานเองนอกจากจะเป็นการอิ่มบุญ งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วยังเป็นการทำเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย โดยมีเทคนิคในการ ทำอาหาร คือเน้นผัก ไม่ใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร ทำในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวขัดสี และหลีกเลี่ยงการ ทำอาหาร เจที่มีรสจัดเพราะเป็นข้อปฏิบัติอีกทั้งยังได้เรื่องสุขภาพด้วย

แนะนำ 5 เมนู อาหาร ถวายพระสงฆ์ได้บุญได้สุขภาพ

โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานถือเป็นโรคที่พบมากในพระสงฆ์ เนื่องมาจากการฉัน อาหาร ที่มีไขมัน น้ำตาล แป้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับการถวาย อาหาร แด่พระสงฆ์จึงเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนซึ่งจะช่วยทำให้ได้บุญ และพระสงฆ์ก็ได้สุขภาพที่ดีตามไปด้วย สำหรับ 5 เมนู อาหาร ที่จะแนะนำมีดังนี้ ซึ่งถือเป็น อาหาร ที่ง่ายและสามารถทำเพื่อนำไปถวายแด่พระสงฆ์ได้อย่างง่ายๆ มีดังนี้

 น้ำพริก

น้ำพริกเมนู อาหาร ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดแห่ง อาหาร ไทยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ใช้วัตถุดิบในการปรุงไม่มาก ซึ่งประกอบไปด้วยพริก หอม แดง กระเทียม มะเขือพวง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะพริก หอมแดง และกระเทียมซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงการรับประทานน้ำพริกคู่กับผักก็จะยิ่งช่วยในเรื่องการย่อยและการขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

ปลานึ่ง

เมนู อาหาร อย่างปลานึ่งเป็นเมนูแนะนำที่ควรถวายแด่พระสงฆ์อย่างยิ่ง เพราะปลานั้นมีไขมันต่ำ โปรตีนสูง ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้ดี อีกทั้งร่างกายยังสามารถย่อยได้ง่าย ซึ่งการถวาย อาหาร แด่พระสงฆ์ด้วยเมนูปลานึ่งควรถวายพร้อมกับผักลวก เพราะผักก็มีประโยชน์คือมีไฟเบอร์ซึ่งช่วยย่อยได้ดีด้วย

ข้าวผัด

ข้าวผัดอีกหนึ่งเมนู อาหาร แนะนำที่ควรถวายแด่พระสงฆ์ โดยเลือกใช้ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่เพราะข้าวประเภทนี้มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอย่างวิตามินบี ซึ่งช่วยในเรื่องของความจำ ประสาทและสมอง ช่วยลดอาการเหน็บชา

ต้มจืด

ต้มจืดนั้นเป็นเมนู อาหาร แสนง่ายและแสนธรรมดาที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งในต้มจืดจะประกอบด้วยผักใบเขียวอย่างผักกาด ต้นหอม แครอท หมูบด และเต้าหู้ ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่มีไขมันสะสมด้วย ซึ่งดีกว่าการถวายแกงประเภทกะทิแด่พระสงฆ์

ไข่ต้ม

ไข่ต้ม เป็นเมนู อาหาร อีกหนึ่งประเภทที่ควรถวายแด่พระสงฆ์เพราะไข่มีโปรตีนสูง ดังนั้นจึงทำให้อยู่ท้อง อีกทั้งการต้มไม่มีไขมันสะสมเหมือนกับการทอดไข่เจียว หรือไข่ดาวด้วย

พุทธศาสนิกชนควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนำ อาหาร ถวายแด่พระสงฆ์ด้วย อาหาร เพื่อสุขภาพ อย่างเมนูน้ำพริก ปลานึ่ง ข้าวผัด ต้มจืด และไข่ต้ม ซึ่งถือเป็นเมนูง่ายๆ ที่ได้สุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน และสารอาหารอย่างครบถ้วน การถวาย อาหาร ที่ดีแด่พระสงฆ์จึงเป็นเสมือนการสะสมบุญวาสนาและความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคให้แก่พระสงฆ์อีกด้วย

แกงแคปลาซอสหม่าหล่า

ส่วนผสมของน้ำพริกแกง

1.พริกแห้ง จำนวน 10 เม็ด

2.เกลือป่น จำนวน 1 ช้อนชา

3.ข่าซอย จำนวน 1 ช้อนชา

4.ตะไคร้ซอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

5.กระเทียม จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

6.หอมแดง จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

7.กะปิ จำนวน  2 ช้อนชา

8.ปลาร้าสับ จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

9.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้นำพริกแห้งมาแกะเม็ดออกแล้วเป็นหั่นฝอย แช่น้ำจนนิ่ม แล้วบีบน้ำออก
  2. ให้โขลกพริกแห้งกับเกลือให้เข้ากันอย่างละเอียด ใส่ ตะไคร้ ข่า แล้วโขลกรวมกันจนกว่าจะละเอียด ใส่หอมแดง กระเทียม ตามด้วยปลาร้าสับและกะปิ โขลกจนส่วนผสมเข้ากันอย่างละเอียดแล้วพักไว้

ส่วนผสม

1.ปลาช่อน จำนวน 1 ตัว

2.ถั่วฝักยาว จำนวน 200 กรัม

3.ชะอม จำนวน 1 กำ

4.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ จำนวน 1 ต้น

5.ใบชะพลู จำนวน 10 ใบ

6.มะเขือเปราะ จำนวน  6 ลูก

7.ผักกวางตุ้ง จำนวน 1 กำ

8.ยอดตำลึง จำนวน 1 กำ

9.น้ำปลา จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

10.น้ำเปล่า จำนวน 3 ถ้วยตวง

11.น้ำมันพืช จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

12.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้นำปลามาขอดเกล็ดออก ขูดเมือกปลาและควักไส้ออกให้หมด ล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ตามขวางให้หนาประมาณ 1 นิ้ว
  2. ให้ล้างผักให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ มะเขือเปราะให้ผ่าสี่ แล้วแช่น้ำเกลือ พักไว้
  3. ให้ตวงน้ำมันใส่กระทะ แล้วตั้งไฟพอร้อน และใส่น้ำพริกแกงที่โขลกลงไปผัดจนกระทั่งมีกลิ่นหอม เติมน้ำต้มจนเดือด
  4. ให้ใส่ปลาลงไปในน้ำที่กำลังเดือด ต้มปลาจนสุก ให้ใส่ผักต่างๆ ใส่ซอสหม่าหล่า ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามชอบ รอจนผักสุกทั่ว

 

แกงอ่อมซี่โครงหมูซอสหม่าหล่า

ส่วนผสมของน้ำพริกแกง

  1. พริกแห้ง จำนวน 7 เม็ด
  2. เกลือป่น จำนวน 1 ช้อนชา
  3. ตะไคร้หั่นฝอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ข่าหั่นฝอย  จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ
  5. กระเทียมซอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  6. หอมแดงซอย จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ
  7. กะปิ จำนวน 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ให้นำพริกแห้งที่แกะเม็ดออกมาหั่นฝอย แช่น้ำจนนิ่ม แล้วบีบน้ำออก
  2. ให้โขลกพริกกับเกลือเข้ากันให้ละเอียด ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ หอมแดง กะปิ และโขลกจนส่วนผสมละเอียดและเข้ากันดี ให้ตักขึ้นพักไว้ก่อน

ส่วนผสมเครื่องปรุง

1.ซี่โครงหมูอ่อนหั่นท่อน จำนวน 500 กรัม

2.ตะไคร้หั่นแฉลบ จำนวน 5 ต้น

3.ใบมะกรูดฉีก จำนวน 5 ใบ

4.พริกขี้หนูบุบ จำนวน 8 เม็ด

5.น้ำซุป จำนวน 5 ถ้วยตวง

6.น้ำปลา จำนวน 3 ช้อนโต๊ะ

7.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้ละลายน้ำพริกแกงลงไปในน้ำซุป แล้วนำไปตั้งไฟจนเดือด
  2. ให้ใส่ซี่โครงหมู ใบมะกรูด ตะไคร้ พริกขี้หนูบุบลงไปต้มจนกระทั่งหมูสุก ใส่ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่า ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามที่ชอบ