ต้องแชร์ 5 อาหาร เสริมความจำสำหรับวัยทำงาน

3-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a1

วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องยอมรับว่าใช้เวลาไปกับการทำงานในแต่ละวันอย่างน้อยมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมงซึ่งต้องใช้การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา รวมถึงต้องจดจำสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งหลายคนเลือกที่จะใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตในการช่วยเตือนความจำ สำหรับ อาหาร ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในเรื่องความจำที่ดีได้เช่นกัน คนวัยทำงานอาจจะกินไม่ค่อยตรงเวลา ดังนั้นจึงควรจัดตารางเวลาในการกิน อาหาร ให้ตรงเวลามากขึ้น สำหรับ 5 อาหาร ที่ช่วยเสริมความจำมีดังนี้

ปลา

ปลาเป็นสุดยอด อาหาร ที่ช่วยในเรื่องความจำก็ว่าได้ เพราะปลามีสาร อาหาร สำคัญทั้งโปรตีน โอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นความจำทำให้คนในวัยทำงานมีความจำที่ดีขึ้น โดยเลือกรับประทานได้ทั้งปลาน้ำจืดหรือปลาทะเล โดยเฉพาะปลาทูน่า ซึ่งสามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู

ซุปไก่สกัด

ซุปไก่สกัดเป็น อาหาร ที่ช่วยในเรื่องของความจำ เพราะมีสาร อาหาร ที่ส่งผลต่อสมองหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นโปรตีน โอเมก้า 3 โดยสาร อาหาร จำเป็นนั้นจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองทำให้เกิดการจดจำที่ดีขึ้น และเมื่อรับประทานซุปไก่สกัดเป็นประจำก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย

นมสด

นมสดเป็น อาหาร ที่แนะนำให้รับประทานเพื่อช่วยในเรื่องของความจำโดยเฉพาะ เพราะมีส่วนช่วยในการทำให้หลับง่าย โดยการนอนหลับพักผ่อนนั้นก็ถือเป็นการพักสมอง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

มะเขือเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินว่ารับประทานมะเขือเทศแล้วจะช่วยในเรื่องการบำรุงผิว แต่มะเขือนั้นมีสาร อาหาร สำคัญอย่างไลโคปีนที่เข้าไปช่วยกระตุ้นการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังเข้าไปช่วยป้องกันการถูกทำลายเซลล์ประสาทและสมองเสื่อมได้

ช็อคโกแลต

ช็อคโกแลตเป็น อาหาร หวานที่มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสารความสุขให้กับผู้ที่รับประทานได้อีกด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทาน อาหาร หวานที่มีช็อคโกแลตเป็นส่วนประกอบเพื่อช่วยเพิ่มอารมณ์ดี รวมถึงยังช่วยส่งเสริมในเรื่องความจำให้มีการจดจำที่ดีด้วย แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องใช้ความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน การจดจำสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับงานอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทาน อาหาร ที่ช่วยเสริมในเรื่องความจำให้ดีขึ้น โดยเลือกรับประทานปลา ซุปไก่สกัด นมสด มะเขือเทศ ช็อคโกแลต เป็นประจำเพื่อส่งเสริมในเรื่องความจำให้ดีขึ้น

ทำไมต้องมาเที่ยวเชียงใหม่

ทำไมต้องมาเที่ยวเชียงใหม่

“เที่ยวเชียงใหม่ไหม? “ ซึ่งเป็นคำถามที่ยอดฮิตที่ยังได้ยินติดหูอยู่ประจำใช่ไหมคะ เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้ว และยังไม่มีแผนใดๆนอกเหนือจากเชียงใหม่ แนะนำมาเที่ยวกันเถอะค่ะ

หลายๆท่านอาจจะเกิดคำถามขัดแย้ง “ทำไมต้องเชียงใหม่ด้วย?”  นั่นนะสิ ทำไมกันนะ? หลายๆท่านเริ่มคล้อยตามบ้างแล้วใช่ไหมละคะ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจก่อนที่จะได้อ่านบทความนี้นะคะ

1.การเดินทาง

เครื่องบิน ปัจจุบันเริ่มมีหลายสายการบินที่ มีเส้นทางการบินตรงมายังเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สนามบินดอนเมือง – เชียงใหม่ , สนามบินกระบี่-เชียงใหม่,สนามบินสุราษฏร์ธานี-เชียงใหม่ และอีกหลากหลายเส้นทาง และที่สำคัญแข่งกันจัดโปรโมชั่นในราคาถูกอีกด้วย ถือว่าเป็นตัวเลือกหลักที่หลายท่านจัดไว้อันดับต้นๆของการเดินทาง

รถทัวร์  ปัจจุบันการเดินทางโดยรถทัวร์ ยังเป็นการเดินทางที่หลายคนเลือกใช้อยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะสั้น หรือเดินทางตอนกลางคืนในเส้นทางยาวๆ นานๆ มาเช้าที่เชียงใหม่ เพื่อประหยัดค่าโรงแรม ราคาหลักร้อยไม่ถึงพัน

รถเช่าเชียงใหม่

รถส่วนตัว หลายๆท่านก็เลือกเดินทางโดยรถส่วนตัว พักแวะระหว่างทางค่อยๆมา ค่อยๆไป แล้วแต่สไตล์การเดินทางของแต่ละท่าน  หรือหลายๆท่านไม่สะดวกรถส่วนตัว จะเลือกใช้บริการรถเช่าจากพื้นที่ภูมิลำเนาของท่านมา หรือจะเลือกเดินทางโดยใช้บริการของรถทัวร์,เครื่องบิน ก็ท่านสามารถที่จะหาบริษัท รถเช่าเชียงใหม่ ได้เหมือนกัน อาจจะได้รถในราคาย่อมเยา สบายกระเป๋า เพราะเป็นบริษัท รถเช่าเชียงใหม่ ราคาถูก เพราะเป็นบริษัทรถเช่าที่อยู่ในท้องถิ่นอีกด้วย มีบริการรับส่งฟรีในตัวเมืองไม่ว่าจะเป็นตามจุดที่ท่านต้องการ อาทิ สนามบิน , อาเขตเชียงใหม่ , โรงแรมในตัวเมือง

2.สถานที่ท่องเที่ยว

เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย หลายๆท่านต้องคิดว่าดอย ยังไงก็ต้องเจอดอยใช่ไหมละคะ ขอตอบแทนเลยก็แล้วกันนะคะ ท่านจะได้เจอแต่ดอยแน่ๆ อิอิ แต่นอกจากดอยแล้ว มีหลายๆที่อยากนำเสนอเหมือนกันนะคะ

สไตล์เด็กเล็ก  ผู้ใหญ่อยากเอาใจเด็ก เอาหลานสาว หลานชาย ต้องที่นี้เลย สวนสัตว์เชียงใหม่ , ไนท์ซาฟารี  เพราะนอกจากกิจกรรมดูสัตว์แล้ว และยังมีพื่นที่ให้สำหรับเด็กอีกด้วยนะคะ

สไตล์วัยรุ่น  ฮิปๆ เต๋อๆ เอ้ย! สไตล์ฮิปเตอร์ ชิคๆ เช็คอินเท่ๆ แนะนำ แกรนด์แคนยอน,ผาช่อ, สวนกระบองเพชรและ สวนพฤกษ์ศาสตร์,หรือม่อนแจ่ม

สไตล์ผู้ใหญ่ เที่ยววัดพระธาตุดอยสุเทพ มาเชียงใหม่ต้องเที่ยวให้ถึงถ้าไม่ถึง ไหว้พระเจ้าทันใจที่ วัดพระธาตุดอยคำ เพื่อขอพร ขอโชคลาภ ได้สมทันใจหวัง

3.อาหาร

อาหารเหนือ นอกจากจะเป็นที่รู้จักกันใน แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว ผลไม้ท้องถิ่น ลิ้นจี่ ลำไย ผลไม้ตามฤดูกาล สตอเบอร์รี่ช่วงฤดูหนาว อาหารชื่อดัง แต่ราคาไม่แพง จะซื้อทานเอง หรือซื้อฝากก็ไม่ได้แพงจนเกินไป ดังนั้นอาหารในเชียงใหม่ ราคาถูกจริงๆ

แค่ 3 เหตุผลอาจจะยังไม่ชักจูงท่านให้มาเที่ยวได้มากพอ ดังนั้นท่านต้องมาลองสัมผัสเองค่ะ รับประกันความติดใจแน่นอนค่ะ เที่ยวเชียงใหม่ง่ายๆ หลากหลายการเดินทาง ที่สำคัญมีบริการรถเช่าท้องถิ่น รถเช่าเชียงใหม่ รถใหม่ บริการดีเยี่ยม ราคาสบายกระเป๋า

 

 

5 เทคนิคการ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพ

5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7

อาหารเจเป็นอาหารที่เสมือนการทำบุญประเภทหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้คนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้กระแสการกินอาหารเจคึกคัก การ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพนั้นสามารถเลือกได้ทั้งแบบการทำเพื่อรับประทานเอง หรือการซื้อรับประทานจากแม่ค้าพ่อค้าที่มีฝีมือในการ ทำอาหาร เจ ซึ่งความหมายของอาหารเจก็คือการรับประทานอาหารประเภทผัก ไม่กินเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการงดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต โดยขอแนะนำเทคนิคการ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพให้ได้ทราบดังนี้

เน้นผัก

การ ทำอาหาร เจนั้นควรเน้นให้มีผักในทุกมื้อ เพราะผักมีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นวิตามิน ไฟเบอร์ กากใยสูง ซึ่งช่วยในเรื่องการช่วยย่อยที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นช่วยกระตุ้นการขับถ่ายทำให้ลำไส้ไม่เกิดการอุดตันอีกด้วย

ไม่ใช้น้ำมัน

การ ทำอาหาร เจควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเพราะน้ำมันมีส่วนทำให้เกิดผสเสีย และไขมันสะสมต่อร่างกายได้ ดังนั้นคนที่ต้องการ ทำอาหาร เจควรจะเลือกหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันในการปรุงหรือประกอบอาหาร โดยเลือกที่จะทำเมนูอาหารประเภทอื่นๆ แทนไม่ว่าจะเป็นการยำ ต้มซุป สลัดผักต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับประทานอาหารที่มีน้ำมันสะสมอยู่

ปริมาณพอดี

ควรจะ ทำอาหาร เจในปริมาณที่พอเหมาะพอดี และสำหรับคนที่รับประทานอาหารเจจึงควรรับประทานในปริมาณที่พอดีด้วย โดยแบ่งการรับประทานอาหารเจในแต่ละมื้อให้เหมาะสม โดยแนะนำให้รับประทานมื้อเช้า มื้อกลางวัน ส่วนในมื้อเย็นนั้นอาจรับประทานเป็นเมนูเบาๆอย่างน้ำผัก น้ำผลไม้หรือสลัดผัก

ใช้ข้าวกล้อง

การ ทำอาหาร เจควรจะต้องใช้ข้าวกล้องซึ่งเป็นข้าวไม่ขัดสี โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเจกับข้าวขาวขัดสี ซึ่งข้าวกล้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเหน็บชาได้

เลี่ยงรสจัด

การ ทำอาหาร เจเพื่อสุขภาพที่ดีและได้บุญด้วยนั้นควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหารที่มีรสจัด เพราะการรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารเจในรสชาติปกติ ไม่ควร

รับประทานอาหารที่มีรสจัด หรือการปรุงรสที่มากเกินไป

การ ทำอาหาร เจเพื่อปรับประทานเองนอกจากจะเป็นการอิ่มบุญ งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วยังเป็นการทำเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย โดยมีเทคนิคในการ ทำอาหาร คือเน้นผัก ไม่ใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร ทำในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวขัดสี และหลีกเลี่ยงการ ทำอาหาร เจที่มีรสจัดเพราะเป็นข้อปฏิบัติอีกทั้งยังได้เรื่องสุขภาพด้วย

แนะนำ 5 เมนู อาหาร ถวายพระสงฆ์ได้บุญได้สุขภาพ

โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานถือเป็นโรคที่พบมากในพระสงฆ์ เนื่องมาจากการฉัน อาหาร ที่มีไขมัน น้ำตาล แป้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับการถวาย อาหาร แด่พระสงฆ์จึงเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนซึ่งจะช่วยทำให้ได้บุญ และพระสงฆ์ก็ได้สุขภาพที่ดีตามไปด้วย สำหรับ 5 เมนู อาหาร ที่จะแนะนำมีดังนี้ ซึ่งถือเป็น อาหาร ที่ง่ายและสามารถทำเพื่อนำไปถวายแด่พระสงฆ์ได้อย่างง่ายๆ มีดังนี้

 น้ำพริก

น้ำพริกเมนู อาหาร ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดแห่ง อาหาร ไทยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ใช้วัตถุดิบในการปรุงไม่มาก ซึ่งประกอบไปด้วยพริก หอม แดง กระเทียม มะเขือพวง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะพริก หอมแดง และกระเทียมซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงการรับประทานน้ำพริกคู่กับผักก็จะยิ่งช่วยในเรื่องการย่อยและการขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

ปลานึ่ง

เมนู อาหาร อย่างปลานึ่งเป็นเมนูแนะนำที่ควรถวายแด่พระสงฆ์อย่างยิ่ง เพราะปลานั้นมีไขมันต่ำ โปรตีนสูง ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้ดี อีกทั้งร่างกายยังสามารถย่อยได้ง่าย ซึ่งการถวาย อาหาร แด่พระสงฆ์ด้วยเมนูปลานึ่งควรถวายพร้อมกับผักลวก เพราะผักก็มีประโยชน์คือมีไฟเบอร์ซึ่งช่วยย่อยได้ดีด้วย

ข้าวผัด

ข้าวผัดอีกหนึ่งเมนู อาหาร แนะนำที่ควรถวายแด่พระสงฆ์ โดยเลือกใช้ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่เพราะข้าวประเภทนี้มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอย่างวิตามินบี ซึ่งช่วยในเรื่องของความจำ ประสาทและสมอง ช่วยลดอาการเหน็บชา

ต้มจืด

ต้มจืดนั้นเป็นเมนู อาหาร แสนง่ายและแสนธรรมดาที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งในต้มจืดจะประกอบด้วยผักใบเขียวอย่างผักกาด ต้นหอม แครอท หมูบด และเต้าหู้ ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่มีไขมันสะสมด้วย ซึ่งดีกว่าการถวายแกงประเภทกะทิแด่พระสงฆ์

ไข่ต้ม

ไข่ต้ม เป็นเมนู อาหาร อีกหนึ่งประเภทที่ควรถวายแด่พระสงฆ์เพราะไข่มีโปรตีนสูง ดังนั้นจึงทำให้อยู่ท้อง อีกทั้งการต้มไม่มีไขมันสะสมเหมือนกับการทอดไข่เจียว หรือไข่ดาวด้วย

พุทธศาสนิกชนควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนำ อาหาร ถวายแด่พระสงฆ์ด้วย อาหาร เพื่อสุขภาพ อย่างเมนูน้ำพริก ปลานึ่ง ข้าวผัด ต้มจืด และไข่ต้ม ซึ่งถือเป็นเมนูง่ายๆ ที่ได้สุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน และสารอาหารอย่างครบถ้วน การถวาย อาหาร ที่ดีแด่พระสงฆ์จึงเป็นเสมือนการสะสมบุญวาสนาและความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคให้แก่พระสงฆ์อีกด้วย

แกงแคปลาซอสหม่าหล่า

ส่วนผสมของน้ำพริกแกง

1.พริกแห้ง จำนวน 10 เม็ด

2.เกลือป่น จำนวน 1 ช้อนชา

3.ข่าซอย จำนวน 1 ช้อนชา

4.ตะไคร้ซอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

5.กระเทียม จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

6.หอมแดง จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

7.กะปิ จำนวน  2 ช้อนชา

8.ปลาร้าสับ จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

9.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้นำพริกแห้งมาแกะเม็ดออกแล้วเป็นหั่นฝอย แช่น้ำจนนิ่ม แล้วบีบน้ำออก
  2. ให้โขลกพริกแห้งกับเกลือให้เข้ากันอย่างละเอียด ใส่ ตะไคร้ ข่า แล้วโขลกรวมกันจนกว่าจะละเอียด ใส่หอมแดง กระเทียม ตามด้วยปลาร้าสับและกะปิ โขลกจนส่วนผสมเข้ากันอย่างละเอียดแล้วพักไว้

ส่วนผสม

1.ปลาช่อน จำนวน 1 ตัว

2.ถั่วฝักยาว จำนวน 200 กรัม

3.ชะอม จำนวน 1 กำ

4.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ จำนวน 1 ต้น

5.ใบชะพลู จำนวน 10 ใบ

6.มะเขือเปราะ จำนวน  6 ลูก

7.ผักกวางตุ้ง จำนวน 1 กำ

8.ยอดตำลึง จำนวน 1 กำ

9.น้ำปลา จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

10.น้ำเปล่า จำนวน 3 ถ้วยตวง

11.น้ำมันพืช จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

12.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้นำปลามาขอดเกล็ดออก ขูดเมือกปลาและควักไส้ออกให้หมด ล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ตามขวางให้หนาประมาณ 1 นิ้ว
  2. ให้ล้างผักให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ มะเขือเปราะให้ผ่าสี่ แล้วแช่น้ำเกลือ พักไว้
  3. ให้ตวงน้ำมันใส่กระทะ แล้วตั้งไฟพอร้อน และใส่น้ำพริกแกงที่โขลกลงไปผัดจนกระทั่งมีกลิ่นหอม เติมน้ำต้มจนเดือด
  4. ให้ใส่ปลาลงไปในน้ำที่กำลังเดือด ต้มปลาจนสุก ให้ใส่ผักต่างๆ ใส่ซอสหม่าหล่า ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามชอบ รอจนผักสุกทั่ว

 

แกงอ่อมซี่โครงหมูซอสหม่าหล่า

ส่วนผสมของน้ำพริกแกง

  1. พริกแห้ง จำนวน 7 เม็ด
  2. เกลือป่น จำนวน 1 ช้อนชา
  3. ตะไคร้หั่นฝอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ข่าหั่นฝอย  จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ
  5. กระเทียมซอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  6. หอมแดงซอย จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ
  7. กะปิ จำนวน 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ให้นำพริกแห้งที่แกะเม็ดออกมาหั่นฝอย แช่น้ำจนนิ่ม แล้วบีบน้ำออก
  2. ให้โขลกพริกกับเกลือเข้ากันให้ละเอียด ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ หอมแดง กะปิ และโขลกจนส่วนผสมละเอียดและเข้ากันดี ให้ตักขึ้นพักไว้ก่อน

ส่วนผสมเครื่องปรุง

1.ซี่โครงหมูอ่อนหั่นท่อน จำนวน 500 กรัม

2.ตะไคร้หั่นแฉลบ จำนวน 5 ต้น

3.ใบมะกรูดฉีก จำนวน 5 ใบ

4.พริกขี้หนูบุบ จำนวน 8 เม็ด

5.น้ำซุป จำนวน 5 ถ้วยตวง

6.น้ำปลา จำนวน 3 ช้อนโต๊ะ

7.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

  1. ให้ละลายน้ำพริกแกงลงไปในน้ำซุป แล้วนำไปตั้งไฟจนเดือด
  2. ให้ใส่ซี่โครงหมู ใบมะกรูด ตะไคร้ พริกขี้หนูบุบลงไปต้มจนกระทั่งหมูสุก ใส่ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่า ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามที่ชอบ